สาขาวิชาวิศวกรรมโลจิสติกส์

Department of Logistics Engineering

สมัครเรียนหลักสูตรนี้

Kanban

Supply Chain เข้าใจง่าย By Dr.Jan (ดร.มณิสรา บารมีชัย)

หลายคนคงสงสัยว่า Kanban คืออะไรแล้วดีอย่างไง Kanban จริงๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นหมายถึง สัญลักษณ์ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปบัตรที่ใช้ในการให้สัญญาณแสดงความต้องการให้มีการ “ส่ง” หรือ "ผลิต” ชิ้นส่วน หรือสินค้ามาเพิ่มเติม ซึ่งบัตร Kanban นี้จะติดไปกับภาชนะที่ใส่ชิ้นส่วน หรือสินค้านั้นๆ โดย Kanban สามารถใช้ได้ทั้งในการควบคุมการสั่งผลิต และ การสั่งซื้อ

วิศวกรรม โลจิสติกส์

ในกรณีควบคุมการสั่งผลิต การผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนต่างๆ จะเริ่มต้นมาจากการนำสินค้าไปขายหรือนำชิ้นส่วนที่ผลิตไปใช้ใน Process อื่น โดยเมื่อมีการดึงสินค้า หรือ ชิ้นส่วนเหล่านี้ออกไปใช้แล้วบัตร Kanban ที่ติดอยู่ที่สินค้าและชิ้นส่วนนั้น จะถูกดึงออกเพื่อส่งไปยังสายการผลิต เพื่อให้สายการผลิตผลิตสินค้ามาเพิ่ม #ในกรณีที่ใช้ในควบคุมการเรียกของจากSupplier Supplier จะส่งชิ้นส่วนมาให้ ต่อเมื่อมีการนำชิ้นส่วนที่ซื้อจาก Supplier ไปใช้ไปผลิต โดยเมื่อมีการนำชิ้นส่วนเหล่านี้ออกไปใช้ บัตร Kanban ที่ติดอยู่ที่ชิ้นส่วนนั้นจะถูกดึงออกเพื่อส่งต่อไปยัง Supplier เพื่อให้ Supplier ส่งชิ้นส่วนนั้นมาเพิ่ม

ในกรณีที่ใช้ในควบคุมการเรียกของจากSupplier Supplier จะส่งชิ้นส่วนมาให้ ต่อเมื่อมีการนำชิ้นส่วนที่ซื้อจาก Supplier ไปใช้ไปผลิต โดยเมื่อมีการนำชิ้นส่วนเหล่านี้ออกไปใช้ บัตร Kanban ที่ติดอยู่ที่ชิ้นส่วนนั้นจะถูกดึงออกเพื่อส่งต่อไปไปยัง Supplier เพื่อให้ Supplier ส่งชิ้นส่วนนั้นมาเพิ่ม ในรูปคือตัวอย่าง #การใช้Kanbanเต็มระบบ >> โดยเมื่อมีความต้องการจากลูกค้า สินค้าถูกนำไปขายให้ลูกค้าและบัตร Kanban ที่ติดกับสินค้านั้นจะถูกดึงออกแล้วส่งไปยังสายประกอบใน Process 2 เพื่อสั่งประกอบสินค้ามาเติม

>> ในขณะเดียวกันเมื่อจะทำการประกอบสินค้าที่ Process 2 จะมีการดึงชิ้นส่วนที่ผลิตจาก Process 1 มาใช้ ซึ่งนั้นหมายถึง Kanban ที่ติดที่ชิ้นส่วนที่ผลิตจาก Process 1 จะถูกดึงออกแล้วส่งไปยัง Process 1 เพื่อให้ Process 1 ผลิตชิ้นส่วนมาเติม >> และเมื่อผลิตชิ้นส่วนที่ Process 1 ก็จะมีการนำเอาวัตถุดิบที่รับจาก Supplier มาใช้ ดังนั้นเมื่อมีการเบิกวัตถุดิบดังกล่าวมาใช้บัตร Kanban ที่ติดกับวัตถุดิบจะถูกดึงออกแล้วส่งไปยัง Supplier เพื่อส่งวัตถุดิบนั้นมาเติม

ปกติแล้ว ข้อมูลในบัตรKanban จะประกอบด้วย รูป ชื่อ รหัสของสินค้าหรือวัสดุนั้นๆ ชื่อ Supplier หรือหน่วยผลิต จำนวนชิ้นงานที่ต้องผลิตหรือส่งมอบต่อ 1 บัตร Kanban รวมถึง เลขที่ของบัตร Kanban

สาเหตุที่เรามักจะเอาระบบ Kanban มาใช้ก็เพราะการใช้ Kanban จะทำให้เราสามารถ #ควบคุมปริมาณการเก็บชิ้นส่วนหรือสินค้าคงคลังได้ เนื่องจากเราจะ #ไม่สามารถมีสินค้าที่เก็บอยู่เกินจำนวนบัตรKanbanที่กำหนดไว้ เช่นถ้าเรากำหนดให้มีบัตร Kanban 5 ใบ สำหรับชิ้นส่วน A และแต่ละใบกำหนดให้ผลิต 5 ชิ้น เราจะมีชิ้นส่วน A ได้ไม่เกิน 5*5 = 25 ชิ้นเช่นกัน เนื่องจากเราจะไม่สามารถผลิตชิ้นส่วน A นั้นมาเพิ่มได้หากยังไม่มีการดึงเอาชิ้นส่วน A ไปใช้ ทำให้ประหยัดพื้นที่การจัดเก็บและประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าเกินความจำเป็น

#แต่ก่อนจบให้ระวังนิดนึง การนำระบบ Kanban มาใช้นั้น ใช่ว่าจะดีไปหมดนะ เราจะใช้ระบบ Kanban ได้ดีก็ต่อเมื่อชิ้นส่วน หรือ สินค้านั้นๆ มีอัตราการใช้หรือการขายสม่ำเสมอ เพราะถ้า อัตราการใช้หรือการขายไม่แน่นอน มันจะยากในการกำหนดว่าเราควรจะมีบัตร Kanban กี่ใบ เพราะถ้ากำหนดบัตร Kanbanไว้ แล้วเกิดอัตราการใช้น้อยก้อจะเกิดของเหลือเก็บเยอะและหากเกิดอัตราการใช้เยอะ ชิ้นส่วนหรือสินค้านั่นอาจมีไม่พอขาย ซึ่งแน่นอนส่งผลไม่ดีต้ององค์กรแน่ๆ